พฤติกรรมที่ทำให้กระดูกเสื่อมเร็ว

พฤติกรรมที่ทำให้กระดูกเสื่อมเร็ว

กล้ามเนื้อหลังเสื่อมสภาพ ส่งผลให้กระดูกสันหลังขาดความยืดหยุ่นและติดแข็งมากขึ้น กระดูกสันหลังเสื่อมมักเกิดบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical Spine) กระดูกสันหลังส่วนอก (Thoracic Spine) และกระดูกสันหลังส่วนบั้นเอว (Low Back) แต่ที่พบได้มากที่สุดคือบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอและบั้นเอว กระดูกสันหลังเสื่อมเกิดจากการเสื่อมสภาพเมื่ออายุเพิ่มขึ้น

  • หยุดพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น พนักงานออฟฟิศ นั่งคอมพิวเตอร์นานๆ หรือแบกของหนักๆทุกวัน เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อทำงานเพียงกลุ่มเดียว ก่อให้เกิดการล้าและอักเสบ นำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง หรือที่เรียกว่าอาการออฟฟิศซินโดรม
  • บิดดัดตัว ให้มีเสียงอยู่บ่อยๆ จะทำให้กระดูกนั้นเกิดการเสียดสีกันเป็นเวลานาน ส่งผลให้กระดูดยุบตัวได้
  • หมอนหรือที่นอน นุ่มจนเกินไปหรือแข็งจนเกินไป เป็นหนึ่งสาเหตุทำให้ มีอาการปวดบริเวณช่วงคอ และหลังได้ เนื่องจาก ทำให้กระดูกสันหลังไม่อยู่ในระนาบเดียวกันกับพื้นผิวการนอน
  • การแต่งตัวการสะพายกระเป๋าหนักๆเพียงข้างเดียวส่งผลให้มีอาการปวดคอบ่า และกล้ามเนื้อส่วนหลังด้านบน การใส่รองเท้าสันสูง ทำให้การลงน้ำหนักในร่างกายที่ไม่เท่ากัน กล้ามเนื้อบริเวณหลังและสะโพกจึงทำงานหนักมากกว่าส่วนอื่น
  • น้ำหนักตัวมากขึ้น หรือรูปร่างอ้วนส่งผลทั้งการนั่งและยืน กล้ามเนื้อต้องทำงานหนักมากขึ้น ยิ่งไม่ออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอ รวมทั้งกระดูกสันหลังต้องแบกรับน้ำหนัก นำไปสู่อาการเสื่อมของกระดูกสันหลังได้ในที่สุด
  • การดื่มน้ำอัดลม ที่มีส่วนผสมของกรดฟอสฟอริกและคาเฟอีน (โดยส่วนใหญ่จะเป็นน้ำอัดลมสีดำ) มีผลต่อการสูญเสียแคลเซียมและมวลกระดูกของร่างกาย และอาจส่งผลให้ป่วยเป็นโรคกระดูกบางและโรคกระดูกพรุนได้
    อาการปวดต่างๆ ถ้ายิ่งปล่อยไว้นานอาจจะส่งผลให้มีการปวดเรื้อรังหรืออาการรุนแรงมากขึ้น ฉะนั้นเราควรรู้วิธีป้องกันตนเองเช่น
  • การออกกำลังกาย
  • หลักเลี่ยงพฤติกรรมที่กล่าวในข้างต้น
  • ทานอาหารที่มีประโยนช์ เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
    ถ้าหากมีอาการปวดตึงที่ คอ บ่า ไหล่, ปวดตึงที่ขา, ปวดหลังหรือร้าวชาลงไปที่ขา ควรรีบตรวจเช็คร่างกาย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะสามารถนำไปสู่ปัญหาที่มากขึ้น เช่น โรคกระดูกเสื่อม โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท   โรคหมอนรองกระดูกปลิ้น อันตรายถึงขั้น “อัมพาต”
สามารถเข้ามาตรวจเช็คร่างกายกับทางJSClinic ทางเรามีโปรแกรมการรักษาผสมผสานแพทย์แผนจีน แพทย์แผนไทยประยุกต์ และศาสตร์การรักษาแบบญี่ปุ่น โดยเริ่มจากการ
1. ซักประวัติ ตรวจเช็ตร่างกาย
2. อธิบายการเกิดกลไกของอาการที่เป็น และแนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะสม
3. ทำการรักษา
4. แนะนำวิธียืดกล้ามเนื้อ และวีธีการกำลังกายเพื่อดูแลตนเองที่บ้าน

โปรแกรมการรักษา

  1. การฝังเข็ม
  2. นวดรักษา
  3. ครอบแก้ว
  4. การปรับโครงสร้าง

Related post

  1. เอ็นข้อศอกอักเสบรักษาหายได้ ด้…

  2. ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังกลุ่มอากา…

  3. 7 ท่า ที่ทำร้ายกระดูกสันหลัง

  4. อาการปวดหลังเสี่ยงเป็นโรครุนแร…

  5. “ไมเกรน” อาการปวดหัวที่กวนใจ

  6. ออฟฟิศซินโดรม”โรคยอดฮิตของหนุ่…

Comment

  • Comments (0)

  • Trackback are closed

  1. No comments yet.

  1. No trackbacks yet.

PAGE TOP