หลังค่อม ไหล่อห่อ คอยื่น ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้ง กับบทความนี้ ดิฉันจะกล่าวถึงท่าทางที่เราเคยชินในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ที่การเข้าถึงข้อมูลง่ายเพียงปลายนิ้วมือกด ซึ่งต้องมีอุปกรณ์ในการเชื่อมโยงนั่นก็คือโทรศัพท์มือถือ แท็บเลต ซึ่งหากสังเกตดูให้ดี ไม่ว่าเราจะมองไปทิศทางไหน ก็พบว่าคนส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งทำให้ท่าทางเราเปลี่ยนไปจากเดิม ท่าทางที่พบ คือ คอยื่นไปด้านหน้า ไหล่งุ้ม หลังค่อม ซึ่งทำให้เกิดการเสียสมดุลของโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อหดสั้นหรือยืดยาวมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ปวดตามร่างกายหรือเกิดภาวะข้อติดตามมาได้

Upper Crossed Syndrome หรืออาการผิดปกติของโครงสร้างส่วนบนของร่างกาย คือการเคลื่อนไหวของข้อต่อระหว่างกระดูกสันหลังส่วนคอ ส่วนอกและข้อไหล่ มีความผิดปกติ และลักษณะการทำงานที่ไม่สมดุลกันระหว่างกล้ามเนื้อรยางค์บนโดยรอบ ที่มีระบบทำงานในรูปแบบตรงข้ามกัน ทำให้กลุ่มกล้ามเนื้อฝั่งหนึ่งหดสั้นและอีกฝั่งยืดยาวออก จนเกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อในส่วนรยางค์บนร่างกาย
ลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์ของ Upper Crossed Syndromes
พบว่ามีความไม่สมดุลของกลุ่มกล้ามเนื้อ ทำให้โครงสร้างร่างกายเปลี่ยนไป
*กลุ่มกล้ามเนื้อที่หดสั้น
กล้ามเนื้อบริเวณคอบ่าส่วนบน Suboccipital,Upper trapezius ,Levator scapulae และกล้ามเนื้อทรวงอก Pectoralis muscle
*กลุ่มกล้ามเนื้อที่ยืดยาว
กล้ามเนื้อคอด้านหน้า deep neck flexor และกล้ามเนื้อหลังช่วงกลาง Rhomboid Serratus anterior Middle and Lower trapezuis

สาเหตุ ปัจจัยและความชุกของโรค
ส่วนใหญ่พบว่าเกิดจากพฤติกรรมการทำงาน  ที่ต้องอยู่ในท่าก้มต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ระยะเวลามากกว่า 5 ชั่วโมงขึ้นไป อยู่ในอิริยาบถเดิมซ้ำๆ และท่าทางที่ไม่เหมาะสม และเคลื่อนไหวน้อย พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย พบมากในช่วงอายุ ต่ำกว่า 30 ปี และพบน้อย ในช่วงอายุที่มากกว่า 49 ปี

ปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นจากโรค Upper crossed syndrome
*โรคปวดกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofascial pain syndrome) จากการที่โครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อเสียสมดุล เนื่องจากอยู่ในท่าทาง คอยื่น หลังค่อม ไหล่งุ้ม ต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา กล้ามเนื้อรอบคอบ่าจึงต้องทำงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อรับน้ำหนักศีรษะ จนทำให้เกิดการเกร็งค้างของกล้ามเนื้อ จนกล้ามเนื้อหดสั้นบริเวณหน้าอก ใต้ท้ายทอย และบ่าส่วนบน ส่วนกล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนล่างและคอด้านหน้าอ่อนแรง เนื่องจากยืดยาวเกินไป
*ความจุปอดลดลง (Reduce lung capacity) จากท่าหลังค่อม ไหล่งุ้ม ทำให้การขยายตัวของปอดและกล้ามเนื้อบริเวณซี่โครง กะบังลมและหน้าท้อง ขยายตัวได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ความจุปอดลดลง จึงรู้สึกหายใจสั้นตื้น หายใจได้ไม่เต็มปอด และรู้สึกหอบเหนื่อย
*การกดทับของรากประสาทบริเวณคอ (Cervical nerve root entrapment) จากท่าทางที่ไม่เหมาะสม อยู่ในลักษณะคอยื่นและหลังค่อม ตลอดเวลา ทำให้กระดูกบริเวณคอและหน้าอก ถูกทับช่องทางเดินเส้นประสาทจนทำให้เกิดอาการชาหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อตามมาได้
*ปวดคอบ่าและไหล่ (Neck and Shoulder pain) จากท่าทางที่ไม่เหมาะสม ทำให้หลังค่อม ไหล่ห่อ คอยื่นนั้น ทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้ไม่สมดุลกัน ตึงตัวมากเกินไป เกิดอาการเมื่อยล้าบริเวณคอบ่า หรือการที่เส้นเอ็นกล้ามเนื้อและข้อต่อบริเวณไหล่ถูกยืดมากเกินไป จนเกิดการอักเสบภายในข้อไหล่ตามมาได้
*ปวดหัวแบบ Tension headache จากการที่บริเวณคอบ่าตึงอยู่ตลอดเวลา ทำให้การไหลเวียนเลือด และกล้ามเนื้อถูกดึงรั้งไว้ จนกล้ามเนื้อ Levator scapulae และ Upper trapezius หดตึงมากเกินไป ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณคอบ่า ร้าวขึ้นศีรษะหรือกระบอกตาตามมาได้
*ปวดหัวแบบ Cervicogenic headache เกิดจากการที่ข้อต่อ Facet joint เสื่อมจากท่าทางที่คอยื่นไปด้านหน้า ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนทำให้เกิดอาการปวดจากการที่ช่องทางเดินรากประสาทถูกบีบรัด ส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามมาได้

และนี่ก็เป็นปัญหาสุขภาพ ที่เกิดขึ้นจากการที่เราอยู่ในทาทางที่ไม่เหมาะสม จนทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา หากคุณหรือคนรอบข้างกำลังอยู่ในท่าทางหลังค่อม ไหล่ห่อ คอยื่นอยู่ ควรรีบปรับเปลี่ยนท่าทาง มิเช่นนั้น คุณจะเจ็บป่วยโดยไม่รู้ตัว และบทความหน้า เราพบกันอีกครั้ง ซึ่งดิฉันจะพูดถึงวิธีในการตรวจประเมินท่าทางด้วยตัวเองเบื้องต้น ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายๆ ที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน และที่สำคัญ คือวิธีการปรับท่าทางและแนวทางในการออกกำลังกายเพื่อป้องกันอาการปวด หรือหามีอาการก็จะช่วยสามารถบรรเทาอาการลงได้

เรียบเรียงและเขียนโดย กภ.วิไลพร    ยศทา
นักกายภาพบำบัดประจำเจแปนนิส ชิงคิว คลินิก

Related post

  1. อาการปวดบริเวณคอบ่า ปวดหัว หรื…

  2. เอ็นข้อศอกอักเสบรักษาหายได้ ด้…

  3. เพียงคุณปรับท่าทาง ก็ห่างไกลจา…

  4. 4 ท่าออกกำลังกายป้องกันหลังค่อ…

  5. แนวทางการป้องกันและการออกกำลัง…

  6. ปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังกลุ่มอากา…

Comment

  • Comments (0)

  • Trackback are closed

  1. No comments yet.

  1. No trackbacks yet.

PAGE TOP